English  Thai 
:: วารสารเกษตร เป็นวารสาร วิชาการราย 4 เดือน ของคณะเกษตรศาสตร์ มช.ซึ่งพิมพ์เผยแพร่ผลงานวิชาการผู้ที่สนใจสามารถติดต่อสอบถาม ได้ที่งานบริหารงานวิจัย และวิเทศสัมพันธ์ โทร. 053-944090 ต่อ 12 ::
 
เมนูหลัก
หน้าแรก
แนะนำวารสารเกษตร
ขั้นตอนการจัดทำวารสารเกษตร
กองบรรณาธิการ
คำแนะนำในการเตรียมต้นฉบับ
รายชื่อบทความที่ตีพิมพ์แล้ว
On-line submission
ดาวน์โหลดเอกสาร
ติดต่อสอบถาม

คณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

 

  ISSN: 0857-0841 (Print)
  ISSN: 2630-029X (Online)
 


ค้นหา:   
"บทความวารสารเกษตร"
34 ฉบับที่ 2 พฤษภาคม 2561 , ISSN 0857-0841
ชื่อบทความ (ภาษาไทย) : ผลของรูปแบบรังไม้ประกอบต่อการจัดวางถ้วยอาหารของชันโรง Tetragonula laeviceps Species Complex
ชื่อบทความ ( ภาษาอังกฤษ) : Effects of Hive Patterns on Storage Pot Arrangement of Stingless Bees, Tetragonula laeviceps Species Complex
ชื่อผู้เขียน ( ภาษาไทย) : สมฤทัย ใจเย็น จิราพร กุลสาริน ไสว บูรณพานิชพันธุ์ และ กนกวรรณ คำยอดใจ
ชื่อผู้เขียน (ภาษาอังกฤษ) : Somruetai Jaiyen, Jiraporn Kulsarin, Sawai Buranapanichpan and Kanokwan Khamyotchai
หน้าบทความ : 215-226
index word : รูปแบบรังไม้(Wood hive patterns) พฤติกรรมการสร้างรัง(nest construction behavior) ชันโรง Tetragonula laeviceps
บทคัดย่อ:
ชันโรง Tetragonula laeviceps species complex เป็นแมลงที่มีประโยชน์ต่อการเกษตรและระบบนิเวศ ช่วยผสมเกสรดอกไม้หลายชนิดอย่างมีประสิทธิภาพและผลิตน้ำผึ้งชันโรงที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูงและขายได้ราคาดี อย่างไรก็ตาม การเก็บเกี่ยวน้ำผึ้งชันโรงในรังไม้มาตรฐานที่ใช้เลี้ยงทั่วไปยังทำได้ยาก เนื่องจากโครงสร้างของถ้วยเก็บน้ำผึ้งและถ้วยเก็บเกสร กลุ่มไข่และกลุ่มตัวอ่อนอยู่ทับซ้อนกัน ดังนั้นจึงได้ทำการศึกษาผลของรูปแบบรังไม้ประกอบต่อการจัดวางถ้วยเก็บอาหารของชันโรงประกอบด้วย 3 ส่วน ส่วนแรกศึกษารูปแบบรังที่เหมาะสมและง่ายต่อการเก็บเกี่ยวน้ำผึ้งชันโรง ด้วยรังไม้ประกอบที่มีรูปแบบรังที่แตกต่างกัน 4 แบบ 1. รังไม้ประกอบขนาดมาตรฐาน (SH) 2. รังไม้ประกอบขนาดมาตรฐานภายในวางไม้ไขว้เป็นมุมฉาก (SCH) 3. รังไม้ประกอบขนาดมาตรฐานภายในวางไม้ยาวคู่ขนาน (SPH) และ 4. รังไม้ประกอบยาว (LH) ทำการแยกรังชันโรงใส่ในรังไม้แต่ละรูปแบบ พบว่ารังไม้ SCH และรังไม้ SPH มีการสร้างกลุ่มไข่และตัวอ่อนแยกจากกลุ่มถ้วยเก็บอาหารอย่างชัดเจน ส่วนที่ 2 ศึกษารูปแบบรังไม้ประกอบที่มีผลต่อการจัดเรียงถ้วยเก็บอาหารของชันโรงในรังไม้ประกอบที่มีรูปแบบรังที่แตกต่างกัน 5 รูปแบบ คือ 1. รังไม้ประกอบขนาดมาตรฐาน (SH) 2. รังไม้ประกอบขนาดมาตรฐานที่วางไม้ไขว้มุมฉากและมีตาข่ายอยู่ด้านบนไม้ (SCNH) 3. รังไม้ประกอบเล็กสองชั้นเชื่อมต่อกับรังไม้ประกอบยาวด้านหน้า (LCDH) 4. รังไม้ประกอบเล็กสองชั้นเชื่อมต่อกับรังไม้ประกอบยาวที่แบ่งเป็นสามช่อง (TLCDH) และ 5. รังไม้ประกอบสองชั้น (DH) ทำการแยกรังชันโรงโดยนำกลุ่มไข่และกลุ่มตัวอ่อน และถ้วยเก็บอาหารที่ปริมาณเท่ากันใส่ในรังไม้ประกอบแต่ละรูปแบบ สังเกตและบันทึกผลการพัฒนาของโครงสร้างรังชันโรงโดยชั่งน้ำหนักทุกสัปดาห์และถ่ายภาพทุกเดือน พบว่ามีการจัดวางตัวของกลุ่มไข่และกลุ่มตัวอ่อน รวมทั้งถ้วยเก็บอาหารทับซ้อนกันในรังไม้สี่รูปแบบ (SH, LCDH, TLCDH และ DH) แต่สำหรับรังไม้ SCNH มีการจัดวางตัวของกลุ่มไข่และกลุ่มตัวอ่อนรวมทั้งถ้วยเก็บอาหารแยกออกจากกันอย่างชัดเจน โดยกลุ่มไข่และกลุ่มตัวอ่อนจัดเรียงอยู่ด้านบนตาข่าย ส่วนถ้วยเก็บอาหารอยู่ด้านล่างของตาข่าย และมีน้ำหนักสุดท้ายของรังชันโรงสูงสุดเท่ากับ 1.13 กิโลกรัม ขณะที่รังแบบ SH, LCDH, TLCDH และ DH มีน้ำหนักของรังชันโรงเท่ากับ 0.66, 0.66, 0.69 และ 0.20 กิโลกรัม ตามลำดับ ส่วนที่ 3 ศึกษาหาขนาดที่เหมาะสมของรังไม้ SCNH พบว่ารังไม้ SCNH ขนาด 21x30x20 เซนติเมตร มีความเหมาะสมที่สุด เนื่องจากให้น้ำหนักของรังชันโรงสูงสุดเท่ากับ 1.20 กิโลกรัม เมื่อเทียบกับรังไม้ขนาดอื่น

Stingless bees, Tetragonula laeviceps species complex, are beneficial to agriculture and ecosystem. They are efficient pollinator of many flowers and produce honey with nutritional value and good price. However, the harvest of stingless bee honey is difficult because it is arranged in overlapping to brood colonies in the standard wooden hive. Thus, the objective of this study is to investigate the effects of different hive patterns on stingless bee storage pots arrangement. The study was composed of 3 parts. First, four wooden stingless bee hive patterns 1) Standard wooden hive (SH) 2) Standard size with cross shaped wood hive (SCH) 3) Standard size with parallel shaped wood hive (SPH) and 4) Long wood hive (LH) were used to evaluate the arrangement pattern. The result showed that the hive pattern 2, 3 and 4 honey pots were arranged separated to brood colonies. Second, Five wooden stingless bee hive patterns were used in this study including 1) Standard wooden hive (SH), 2) Standard crossed and netted wooden hive (SCNH), 3) Longer wooden hive connected with double layer small wooden hive (LCDH), 4) Three partitions in longer wooden hive connected with double layer small wooden hive (TLCDH), and 5) Double layer wooden hive (DH). The brood colonies and storage pots of stingless bee were equally divided and put in each hive as initial colony. Observations on development of the colony structure were recorded every week by weighing and every month by photographing. The result showed that brood colonies and storage pots in four patterns of hive (SH, LCDH, TLCDH and DH) were overlapping arrangement whereas those in SCNH was clearly separated. The brood chambers were found on net and storage pots located under the net. This pattern of hive showed the highest final weight of stingless bee cells at 1.13 kg while those of SH, LCDH, TLCDH and DH were 0.66, 0.66, 0.69 and 0.20 kg, respectively. Third, the study on the suitable size of SCNH revealed that the size of 21x30x20 cm was the most appropriate hive due to the weight of stingless bee cells was maximum when compared to the other sizes.
ดูเรื่องเต็ม
เรื่องเต็ม (Full Paper)
 
 
 


 
งานบริหารงานวิจัย และวิเทศสัมพันธ์ คณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
Agricultural Chiang Mai University โทร. 053-944090 ต่อ 12 โทรสาร 053-944090 ต่อ 12 E-mail: agjournal22@gmail.com